เชื่อว่าคุณคงเคยเห็นผู้สูงอายุหลายรายที่มีภาวะหลังค่อม หรือสันหลังโก่ง แล้วบอกกับตัวเองว่าแก่ตัวไปเราจะไม่เป็นแบบนี้เด็ดขาด แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะเป็นแบบที่ตัวเองคิด โดยภาวะหลังค่อมนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายประการด้วยกันและส่งผลที่รุนแรงแตกต่างกันออกไปในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งไม่ใช่เพียงดูแล้วเสียบุคลิกภาพเท่านั้นแต่ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย บทความนี้เราเลยมีวิธีการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันภาวะหลังค่อมในวัยที่เรากลายเป็นผู้สูงอายุมาฝากกัน
แบบไหนถึงเรียกว่าหลังค่อม
ภาวะหลังค่อม (Kyphosis) จัดอยู่ในกลุ่มอาการผิดปกติของกระดูกสันหลังอย่างหนึ่ง โดยมักพบว่ากระดูกสันหลังจะมีความโค้งเอียงไปด้านหลังมากกว่า 40 องศา หรือถ้ารุนแรงมากอาจถึง 50 องศาเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ผู้สูงวัยเท่านั้นแม้แต่คนที่อายุน้อย ๆ ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกัน และเมื่อเป็นแล้วนอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้วบางรายอาจมีอาการปวด ตึง เคลื่อนไหวลำบาก รวมถึงอาจมีผลต่อระบบทางเดินอาหารอีกด้วย

สาเหตุของภาวะหลังค่อม
ในส่วนของสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะหลังค่อมนั้นสามารถแยกออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1.อาการบาดเจ็บจนทำให้กระดูกสันหลังหักหรือคดงอ
2. พัฒนาการของร่างกายที่ไม่เหมาะสมจนทำให้กระดูกสันหลังโค้งงอผิดปกติ
3. ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่กระดูกไม่แข็งแรง แตกหักได้ง่าย
4. ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหลังอ่อนแอ จนนำไปสู่อาการหลังค่อม
5. ท่านั่งที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน หรือการที่ต้องแบกของหนักเป็นประจำ ทำให้เกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูดสันหลังเกิดการผิดรูปขึ้น
6. การติดเชื้อวัณโรคที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลัง
7. ภาวะแทรกซ้อนของโรคมะเร็งที่กระดูกสันหลัง
8. เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังตามอายุที่มากขึ้น โดยไม่มีการดูแลอย่างถูกต้องเอาไว้แต่เนิ่น ๆ

ผลกระทบที่ตามมาจากภาวะหลังค่อม
เมื่อเกิดภาวะหลังค่อมมักส่งผลกระทบต่อร่างกายและการใช้ชีวิตดังต่อไปนี้คือ
1.เกิดอาการกระดูกทับเส้น ซึ่งเป็นภาวะอันตรายเมื่อเส้นประสาทถูกกดทับ
2.อาการหลังค่อมอาจนำไปสู่โรคระบบทางเดินหายใจทำให้หายใจได้ไม่สะดวก
3. มีอาการปวดหลังบ่อย ๆ ซึ่งต่างจากอาการปวดหลังแบบปกติ ไม่สามารถหายได้ด้วยการกินยาแก้ปวด
4. อาการหลังค่อมยังอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร และนำไปสู่โรคอื่น เช่นเกิดอาการกรดไหลย้อนเป็นต้น
5. สร้างปัญหาให้กับการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการ ลุก นั่ง ยืน เดิน
6. ในผู้สูงอายุที่มีอาการหลังค่อมทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ลำบากและไม่มีแรง จนอาจทำให้เกิดการลื่นล้มจนเกิดโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้
7. ส่งผลกระทบกับการทำงานของปอดทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
8. ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ป่วย เนื่องจากบุคลิกภาพที่ดูไม่ดี ทำให้เกิดความอับอาย

การรักษาอาการหลังค่อม
ในส่วนของการรักษาอาการหลังค่อมนั้นแพทย์จะทำการวินิจฉัยเป็นราย ๆ ไปว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยแบ่งการรักษาออกเป็น 2 แบบ คือ การรักษาด้วยการผ่าตัด และการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
1.การรักษาอาการหลังค่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด
ในกรณีของการรักษาอาการหลังค่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่หลังค่อมเพราะการนั่งผิดท่าหรือยกของหนักมาเป็นเวลานาน ๆ โดยกรณีนี้ความโค้งของกระดูกสันหลังจะไม่ถึง 75 องศา ซึ่งการรักษาทำได้โดยการทำกายภาพบำบัด เพื่อปรับโครงสร้างของกระดูก สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ พร้อม ๆ กันกับการให้ยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดหลัง หรืออาจใช้อุปกรณ์ค้ำกระดูก (Bracing) ช่วยอีกทางหนึ่งด้วย
2. การรักษาอาการหลังค่อมโดยการผ่าตัด
สำหรับการรักษาอาการหลังค่อมโดยการผ่าตัดนั้นจะใช้กับผู้ป่วยที่มีความโค้งของกระดูกสันหลังมากกว่า 75 องศา หรือผู้ป่วยที่ลองใช้การทำกายภาพบำบัดแล้วแต่ไม่ได้ผล โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเชื่อมกระดูกเพื่อลดความโค้งของกระดูกสันหลังลง อย่างไรก็ตามการผ่าตัดก็มีความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือการอักเสบ มีเลือดออกมาก หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์และปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

การป้องกันภาวะหลังค่อม
ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าภาวะหลังค่อมนั้นไม่สามารถป้องกันได้ทุกแบบ เช่น ปัญหาจากพัฒนาการของกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ กระดูกหักจากอุบัติเหตุ หรือ เกิดจากระบบพันธุกรรม แต่ในกรณีที่เกิดจากการอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ๆ นั้นสามารถป้องกันได้โดยการเปลี่ยนท่านั่งบ่อย ๆ การนั่งหลังตรง ยืนหรือเดินตัวตรงให้เป็นนิสัย ไม่ยกของหนักถ้าเลี่ยงได้ รวมถึงการออกกำลังเป็นประจำก็จะช่วยป้องกันอาการหลังค่อมได้เมื่อมีอายุมากขึ้น
สรุป
จะเห็นได้ว่าอาการหลังค่อมนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ วิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันออกไปตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยมีทั้งการรักษาแบบผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด ส่วนการป้องกันนั้นสำหรับบุคคลทั่วไปสามารถป้องกันเอาไว้ได้แต่เนิ่น ๆ ก่อนจะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ด้วยวิธีที่เราแนะนำไป ที่สำคัญก็คือเริ่มเลย ไม่ต้องรอ!


