โรคไม่ติดต่อ (Non-communicable disease: NCDs) เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเอง ต่างจากโรคติดต่อที่ต้องได้รับการแพร่เชื้อจากผู้อื่น แต่ถ้าพูดในเรื่องของอันตรายของโรคแล้วต้องบอกว่าโรคแต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะที่เป็น รวมถึงการดูแลตัวเองของผู้ป่วยด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 5 โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้าง
1.โรคเบาหวาน
เริ่มต้นจาก โรคเบาหวาน (Diabetes) โรคที่คนไทยเป็นกันมากและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ในกรณีที่เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยโรคนี้เกิดจากร่างกายของเราไม่สามารถผลิตฮอร์โมนที่มีชื่อว่าอินซูลินได้มากพอ ซึ่งอินซูลินนั้นเป็นตัวช่วยให้ร่างกายของเรานำน้ำตาลและไขมันเปลี่ยนเป็นพลังงาน
โรคเบาหวาน (Diabetes) เกิดจากร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ หรือการตอบสนองต่ออินซูลินบกพร่องไป ทั้งนี้อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายสามารถนำไขมัน และน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ และหลายคนอาจไม่ทราบว่าเบาหวานนั้นเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรมหากมีคนในครอบครัวเป็น ดังนั้นจึงควรทำการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ในส่วนของอาการของโรคนั้นผู้ป่วยจะมีอาการกระหายน้ำบ่อย มือเท้าชา อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดผิดปกติ หรือมีปื้นคล้ำแถวขาหนีบ รักแร้หรือลำคอ

2. โรคความดันโลหิตสูง
โรคไม่ติดต่อโรคต่อมาที่คนไทยเป็นกันมากได้แก่โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากแรงดันเลือดในร่างกายมีค่าสูงผิดปกติ สาเหตุหลักมีกมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม อาทิ ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ มีความเครียดสูง หรือชอบทานอาหารรสจัดหรืออาหารที่มีน้ำตาลและไขมันในปริมาณที่มากเกินที่ร่างกายต้องการ รวมถึงความเสื่อมของหลอดเลือดในผู้สูงวัย อาการของโรคความดันโลหิตสูง อาทิ อาเจียน คลื่นไส้ มีอาการหอบ เหนื่อยง่าย ตาพร่ามัว ในสั่น หน้ามืด ปวดตาหรือปวดศีรษะ
3. โรคถุงลมโป่งพองและโรคหลอดลมอักเสบ
โรคถุงลมโป่งพองคือ มีสาเหตุมากจากการที่ถึงลมเกิดการพองตัวมากกว่าปกติส่งผลกระทบให้ปอดมีพื้นที่น้อยลง นำมาซึ่งการหายใจไม่สะดวก ส่วนโรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) เกิดจากชั้นของเยื่อบุหลอดลมที่ทำหน้าที่นำอากาศเข้าสู่ปอดมีภาวะอักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง หอบเหนื่อย แสบหน้าอก หรือรู้สึกเจ็บคอ โดยโรคไม่ติดต่อทั้ง 2 โรคนี้ มีสาเหตุคล้าย ๆ กันคือ การได้รับมลพิษเข้าสู่ปอด การสูบบุหรี่ การมีสิ่งสกปรกสะสมในปอด จนเกิดการอักเสบ ระคายเคือง จนส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

4. โรคหัวใจขาดเลือด
โรคไม่ติดต่ออีกโรคที่ถือว่ามีความอันตรายและมีผู้เสียชีวิตในอันดับต้น ๆ ก็คือ โรคหัวใจขาดเลือด (Ischaemic heart disease) ซึ่งสาเหตุก็ตรงตามชื่อโรคเลยกล่าวคือมีปริมาณเลือดที่ไปทำหน้าที่หล่อเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคบางโรค อาทิ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง สาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ การทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด อาการที่สังเกตได้คือ มีอาการแน่นหน้าอกคลื่นไส้ อาเจียน หายใจหอบ หน้ามืด เวียนหัว หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อนที่อาการจะลุกลาม

5. โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นโรคไม่ติดต่อที่มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้หากอาการกำเริบและได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที โดยเกิดจากหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงมีภาวะตีบ อุดตัน หรือแตก สาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พักผ่อนน้อย มีความเครียดสูง หรือเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคอื่น อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคความดันโลหิตสูงเป็นต้น ในส่วนของอาการที่เห็นได้ชัดก็คือ การปวดหัวอย่างรุนแรง ลิ้นแข็ง มุมปากกระตุก พูดไม่ชัดคลื่นไส้อาเจียน แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัว หากพบว่าคนใกล้ตัวหรือตัวเองมีอาการดังกล่าวมานี้ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะความเสี่ยงของโรคนั้นถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ

สรุป
จะเห็นได้ว่าโรคไม่ติดต่อนั้นสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น พักผ่อนน้อย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ มีความเครียดสูง ชอบทานอาหารรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งการป้องกันตัวเองจากโรคเหล่านี้สามารถทำได้โดยลด ละ เลิก สิ่งที่กล่าวมาและหันมาดูและสุขภาพด้วยการออกกำลังกายและทานอาหารที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการตรวจสุขภาพเป็นระยะก็จะช่วยให้ทราบได้ว่าเรามีความเสี่ยงต่อโรคใดบ้างจะได้ทำการรักษาและดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี


